🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าพูดถึงคาเฟ่กรุงเทพฯ ฝั่งเหนือ ย่านบางเขนกับพื้นที่ต่อเนื่องอย่างรามอินทรา นวลจันทร์ สายไหม สะพานใหม่ และหน้า ม.เกษตรฯ ประตูงามวงศ์วาน คือทำเลที่คนรักกาแฟรู้ดีว่าของจริงเยอะ แถวนี้มีทั้งวัดพระศรีมหาธาตุ อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญที่หลักสี่ ตลาดยิ่งเจริญ และ BTS สายสีเขียวเหนือที่วิ่งยาวไปถึงคูคต ทำให้ย่านนี้กลายเป็นเมืองที่อยู่อาศัยที่มีคาเฟ่แทรกตัวอยู่ในซอยเงียบ ๆ เต็มไปหมด บางร้านซ่อนอยู่ในหมู่บ้าน บางร้านอยู่เลียบทางด่วนรามอินทรา บรรยากาศเลยหลากหลายมาก ตั้งแต่ร้านโปร่ง ๆ กลางทุ่งดอกหญ้า ไปจนร้านโทนอบอุ่นที่ตกแต่งเหมือนหลุดมาจากเทพนิยาย เดินทางสะดวกทั้งขับรถเองและนั่งรถไฟฟ้าต่อวินหรือ Grab เข้าซอย
ร้านในลิสต์นี้ล้วนเป็นที่พูดถึงจริงในหมู่คนแถวนี้ อย่าง Davin Cafe ที่ตกแต่งสไตล์กรีก-โรมันผสมสตีมพังก์เลียบด่วนรามอินทรา กลางวันเป็นคาเฟ่ กลางคืนแปลงร่างเป็นบาร์ ส่วนสายกาแฟจริงจังมี Peter's Coffee Roaster ที่คั่วเมล็ดเองและเสิร์ฟเมล็ดจากนักคั่วแชมป์ และ Orbit Coffee Roaster ย่านคู้บอนที่ Marron Ice Latte เป็นเมนูที่ใคร ๆ ก็สั่ง ฝั่งขนมก็ไม่น้อยหน้า Le Fawn Patisserie ทำเค้กฝรั่งเศสโดยเชฟดีกรี Le Cordon Bleu ส่วน Boy Coffee ที่รามอินทรา กม.8 เคยได้ Wongnai Users' Choice มาแล้ว ใครชอบนั่งยาว ๆ อ่านหนังสือหรือติวงาน R.E.A.D Cafe หน้า ม.เกษตรเปิด 24 ชั่วโมง ครบทุกสายจริง ๆ จัดเวลาว่างแล้วออกไปตะลุยคาเฟ่ฝั่งเหนือกันได้เลย
Davin Cafe
ถ้าพูดถึงคาเฟ่ใหญ่ที่ปังเรื่องความสวยของย่านเลียบด่วนรามอินทรา ชื่อ Davin Cafe แทบจะเป็นชื่อแรกที่คนแถวคลองลำเจียก-นวมินทร์นึกถึง ร้านนี้เล่นใหญ่สไตล์กรีก-โรมันผสมสตีมพังค์-อินดัสเทรียลลอฟท์ มีรูปปั้นเดวิด วีนัส และ The Thinker ตั้งเด่นทั่วร้าน เพดานสูงโปร่ง มุมถ่ายรูปเยอะจนถ่ายได้แทบทุกจุด เหมาะสายคาเฟ่ฮอปปิ้ง สายคอนเทนต์ นั่งทำงานยาว ๆ หรือมากันเป็นกลุ่ม-ครอบครัว มีที่จอดรถรับได้ร้อยกว่าคันซึ่งหายากมากในย่านนี้
ตัวชูโรงคือกาแฟ specialty ที่คั่วเมล็ดเองและมีทั้ง slow bar/speed bar เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Black Orange (ส้มตัดกับเอสเพรสโซ่ สดชื่นเปรี้ยวหอม) Dirty ที่นมเย็นเจอช็อตกาแฟเข้ม ๆ และ Caramel Latte กลมกล่อมหวานละมุน สายไม่กินกาแฟก็มี Matcha Latte โกโก้ ชา ครบ ฝั่งอาหารมีกว่า 40 อย่างทั้งไทยและยุโรป เช่น สปาเกตตีคาร์โบนารา พาสต้า AOP สลัดแซลมอนรมควัน หมูซี่โครง กับเค้ก-เบเกอรีอบใหม่ทุกวัน อย่างบลูเบอร์รีชีสพาย บานอฟฟี
รีวิวจริงส่วนใหญ่ให้ผ่านเรื่องรสชาติกาแฟและบรรยากาศ (Wongnai ราว 4.3) หลายคนบอกไม่ผิดหวัง สวยเวอร์ ถ่ายรูปได้ทุกมุม ข้อสังเกตที่เจอบ่อยคือราคาค่อนข้างสูง เครื่องดื่มเริ่ม 140 บาทขึ้น อาหารจานหลัก 200-400 บาท เฉลี่ยต่อคนราว 250-500 บาท และบางรีวิวติเรื่องบริการที่ช้า-สับสนช่วงคนเยอะ ทั้งที่พนักงานเยอะ เผื่อใจตรงนี้ไว้นิดถ้ามาช่วงพีค
ทำเลอยู่ 108 ถนนคลองลำเจียก นวมินทร์ บึงกุ่ม ติดเลียบทางด่วนรามอินทรา เข้าง่ายทั้งจากลาดพร้าว นวมินทร์ วัชรพล เปิดยาวทุกวัน 08:30 ถึงเที่ยงคืน กลางวันเป็นคาเฟ่ พอหลังห้าโมง-หกโมงเย็นโซนบาร์ Vinsens เปิดเป็น night bar มีเครื่องดื่มเย็น ๆ อาหารมื้อค่ำ และเพลงชิล ใครอยากได้แสงสวยถ่ายรูปแนะนำมาช่วงกลางวัน อยากได้บรรยากาศชิลยาวก็ลากไปถึงค่ำได้เลย
Sunny Bear Coffee Roasters (ซันนี่ แบร์ คอฟฟี่ โรสเตอร์)
Sunny Bear Coffee Roasters เป็นคาเฟ่กาแฟ specialty เล็ก ๆ ริมถนนพหลโยธิน ระหว่างซอย 57 กับ 59 ย่านอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ บางเขน ห่างจาก BTS พหลโยธิน 59 ราวร้อยเมตร ร้านคั่วเมล็ดเองในร้าน เจ้าของเป็นคู่สามีภรรยาที่ตั้งใจเรียนทั้งเรื่องกาแฟและการอบขนมปังก่อนเปิด เหมาะกับคนที่มองหากาแฟจริงจังแบบไม่ต้องเข้าเมือง กับคนแถวบางเขน-สะพานใหม่ที่อยากได้ร้านนั่งชิลใกล้บ้าน
เมนูที่คนสั่งบ่อยคือ Honolulu Flow (Dirty) เอสเปรสโซเบลนด์เข้ม ๆ ราดบนนมสดเย็น กับ Iced Americano ที่หลายรีวิวบอกว่าหอมกลมกล่อม ไม่เปรี้ยวไม่ขมจนเกินไป ฝั่งของกินเด่นที่ขนมปังโฮมเมด ทั้ง Banana Bread ชิ้นโตที่ใช้ sourdough starter ราดน้ำผึ้ง สโคน และชีสเค้ก ใครไม่ดื่มกาแฟก็มีมัทฉะและโกโก้นมสดให้เลือก
บรรยากาศเป็นสไตล์ลอฟต์ผสมโฮมมี่ โทนไม้และต้นไม้เขียว ๆ มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งขึ้นทะลุกลางร้าน รีวิวจริงส่วนใหญ่ชมว่ากาแฟและขนมดีเกินราคา บรรยากาศอบอุ่นนั่งสบาย ราคาต่อคนราว ฿80–160 เครื่องดื่มส่วนใหญ่ต่ำกว่า 100 บาท ขนมชิ้นละ 80–120 บาท ถือว่าคุ้มสำหรับกาแฟที่คั่วเอง
เปิด 09:30–18:30 น. หยุดวันจันทร์ มีที่จอดรถในซอยได้ราว 8 คัน สิ่งที่ควรรู้ไว้ก่อนไปคือร้านเล็ก มีโต๊ะแค่ 4-5 ตัว ช่วงเสาร์-อาทิตย์คนแน่นและอาจต้องรอที่นั่ง ถ้าอยากได้มุมชิล ๆ แนะนำให้ไปช่วงเช้าวันธรรมดา
Once Upon A Tree Cafe
ถ้าอยากหลุดจากตึกรามอินทรา-เสรีไทยไปโผล่ในหน้าหนังสือนิทานสักเล่ม Once Upon A Tree Cafe คือที่ที่คนย่านนี้ชอบพากันมา ร้านซ่อนอยู่แถวถนนเสรีไทย ช่วงซอย 59-61 เขตคันนายาว หน้าร้านเป็นประตูไม้สีแดงเด่น ข้างในตกแต่งสไตล์กระท่อมชนบทอังกฤษ ผสมธีมเทพนิยาย มีมุมหอคอย บันไดเล็ก ๆ ให้ปีนถ่ายรูป แถมมีสวนหลังบ้านสองชั้นที่รีวิวหลายเจ้าบอกว่าถ่ายมุมไหนก็สวย เหมาะมากสำหรับสายคาเฟ่ที่มาหาบรรยากาศ มานั่งชิลกับเพื่อน หรือคู่รักที่อยากได้ร้านน่ารัก ๆ ไม่พลุกพล่าน
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ "เค้กมะพร้าวอ่อนครีมสด" ที่หลายคนสั่งประจำ (ราว 145 บาท) เนื้อนุ่ม ครีมไม่หวานจัด กับ Dark Beer Cake เค้กช็อกโกแลตเนื้อแน่นกลิ่นเบียร์อ่อน ๆ ที่รีวิว Wongnai ชมว่าครีมชีสรสเปรี้ยวช่วยตัดหวานได้ลงตัว ส่วนสายกาแฟมีเมนูตั้งชื่อสนุก ๆ ตามตัวละครเทพนิยาย เช่น Little Red Riding Hood Coffee, Orange Coffee ที่เป็นน้ำส้มคั้นชั้นกับช็อตเอสเพรสโซ และ Ginger Mama Coffee กาแฟใส่ขิงที่มีคนบอกว่าอร่อยกว่าที่คิด นอกจากของหวานยังมีของคาวแนวเวียดนามอย่างเซ็ตฮานอยและโรตีต้มยำใส่กุ้ง
เรื่องรสชาติรีวิวส่วนใหญ่ไปทางบวก โดยเฉพาะเค้ก กาแฟ และพนักงานที่หลายคนบอกว่าน่ารักบริการดี แต่ก็มีข้อสังเกตตรง ๆ ว่าที่นั่งค่อนข้างจำกัด ดูจากข้างนอกเหมือนกว้างแต่จริง ๆ ไม่เยอะ บางช่วงมีกลิ่นอาหารจากครัวแรงไปหน่อย และของคาวบางจานอย่างผัดไทยมีคนติว่ากระเทียมเยอะ รสไม่ถูกปาก ใครเน้นมาถ่ายรูป จิบกาแฟ กินเค้ก จะแฮปปี้กว่ามาหวังมื้อคาวจริงจัง
ราคาอยู่ราว 101-250 บาทต่อคน ถือว่าสมเหตุผลกับบรรยากาศ เปิดทุกวัน 08:00-18:00 มีที่จอดรถฟรีพอสมควร เดินทางง่ายถ้าอยู่โซนเสรีไทย รามอินทรา นวลจันทร์ หรือบางเขน ที่คนแถวนี้ยอมขับมาเพราะได้ทั้งมุมถ่ายรูป ขนมอร่อย และความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในนิทานจริง ๆ แนะนำให้มาช่วงเช้าถึงบ่ายที่คนยังไม่แน่น จะได้เลือกมุมสวย ๆ นั่งสบาย
Peter's Coffee Roaster
Peter's Coffee Roaster (ปีเตอร์ คอฟฟี่ โรสเตอร์) คือร้านกาแฟ specialty ลับ ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเสนา 88 ซอยนวลจันทร์ 17 ย่านบางเขน/บึงกุ่ม เป็นร้านเล็กขนาดบ้านหลังเดียว แต่คนคั่วกาแฟเองในร้าน มีทั้ง speed bar และ slow bar ให้เลือก ถ้าไม่เสิร์ชหาก่อนแทบจะขับผ่านไปเลยเพราะอยู่ลึกในซอยหมู่บ้าน เหมาะกับสายกาแฟที่ชอบตามหาร้านซ่อน ชอบนั่งเงียบ ๆ จิบกาแฟดี ๆ ตอนเช้า และคนแถวนวลจันทร์-รามอินทราที่อยากได้คาเฟ่ประจำที่ไม่ใช่เชนใหญ่
เมนูที่คนพูดถึงเยอะสุดคือ "Dirty" ช็อตกาแฟเข้ม ๆ ราดบนนมเย็น รีวิวจริงบอกว่านมกับกาแฟ medium roast หอมนวลลงตัว aftertaste นุ่มพอดี ไม่ใส่ไซรัป บางวันเมล็ดรสอ่อนไปนิดนมเลยเด่นกว่า แต่กลิ่นหอมดี ส่วน "ช็อกโกแลตเย็น" ก็ได้คำชมหนัก มีรีวิวถึงขั้นบอกว่า "หลับตากินนึกว่ากินสตาร์บัค" อีกตัวที่พลาดไม่ได้คือเมนูซิกเนเจอร์ Nuan-Chan กาแฟเข้มผสมน้ำผลไม้/สมุนไพร รสเปรี้ยวสดชื่นแปลกลิ้น ใครชอบ single origin ที่นี่มีเมล็ดจากหลายประเทศ ทั้งเอธิโอเปีย โคลอมเบีย บาริสต้าแนะนำตัวโปรดให้ได้
บรรยากาศเป็นลอฟต์โทนเข้ม ผนังปูนดิบลายแผนที่โลก หน้าร้านมีต้นไม้เขียวร่มรื่น มีมุมถ่ายรูปหลายจุด นั่งได้ทั้งในร้านและด้านนอก ราคาส่วนใหญ่อยู่ราว 90–195 บาทต่อแก้ว กาแฟทั่วไปต่ำกว่า 100 บาท ช็อกโกแลตขยับขึ้นมาหน่อยตามคุณภาพ ถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับ specialty ที่คั่วเอง Wongnai ให้ราว 4.2 ดาว คนรีวิวชมเรื่องรสชาติเป็นหลัก บางคนให้เต็ม 10 เรื่องรสกาแฟ
ข้อควรรู้: ร้านเปิดราว 08:00–18:00 (จันทร์–ศุกร์เริ่ม 07:30) ปิดทุกวันอังคาร ที่จอดรถในซอยค่อนข้างจำกัด แต่มีที่จอดฝั่งตรงข้ามและซอยข้าง ๆ ให้ดูป้าย เดินทางง่ายถ้ามาทางรามอินทรา-นวลจันทร์ ห่างจาก BTS สายสีเขียวเหนือพอสมควรจึงเหมาะขับรถหรือเรียกรถมามากกว่า มีเมล็ดกาแฟคั่วเองขายกลับบ้าน และสั่งเดลิเวอรีผ่าน LineMan/Robinhood ได้ด้วย
DAISY Cafe
DAISY cafe' คือคาเฟ่สาย specialty เล็ก ๆ โทนขาวสไตล์เกาหลีมินิมอล อยู่ริมถนนเทพรักษ์ตัดสะพานใหม่ ย่านสายไหม-วัชรพล ตัวร้านไม่ใหญ่แต่จัดมุมสวยเก็บทุกซอกให้ถ่ายรูปได้ เหมาะกับคอกาแฟที่อยากได้แก้วจริงจัง คนที่มานั่งทำงานเงียบ ๆ (มีปลั๊ก มี Wi-Fi ฟรี) หรือคู่รัก-กลุ่มเพื่อนที่แวะนั่งชิลในย่านนี้ จุดขายจริง ๆ คือเป็น slow bar ที่ทำมือแบบตั้งใจ เลือกเมล็ดได้หลายตัว ทั้ง single-origin ลาวจากที่ราบสูงโบลาเวน และ Ethiopia G1
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยสุดคือ Daisy Dirty ที่หลายคนบอกว่า "หอม มัน นัว" นุ่มละมุนกำลังดี อีกตัวที่เป็นซิกเนเจอร์คือกาแฟส้มเย็น หอมกาแฟแต่ตัดด้วยความเปรี้ยวสดชื่นของส้ม ดื่มง่ายไม่จำเจ ใครสายไม่หวานลองคอลด์อเมริกาโน่หรือคอลด์ลาเต้ ส่วนสายชาก็มีมัทฉะลาเต้ ชาไทย โกโก้ และถ้าอยากได้อะไรพิเศษลองสั่ง manual brew แล้วให้บาริสต้าเลือกเมล็ดให้ ขนมเค้กก็ได้เสียงชมว่าอร่อยพอดี ไม่หวานเลี่ยน
เรื่องราคาบอกตรง ๆ ว่าไม่ใช่คาเฟ่ราคาถูกที่สุดในย่าน กาแฟเริ่มราว 90 บาท ตัวพิเศษอย่าง Daisy Dirty ราว 115 บาท และ single-origin บางตัวแตะ 145–160 บาท มีรีวิวบอกว่า "แรงที่สุดในย่าน" แต่ตามด้วยคำว่า "คุ้มค่า" เพราะคุณภาพกาแฟจัดเต็มจริง สำหรับคนแถวเทพรักษ์ที่หากาแฟดี ๆ ยาก ร้านนี้เลยกลายเป็นหมุดที่หลายคนยกให้ยืนหนึ่ง
ทำเลอยู่ถนนเทพรักษ์ ใกล้แยกสะพานใหม่ ขับรถสะดวก จอดหน้าร้านได้ เปิดทุกวัน 08:00–17:00 น. เป็นคาเฟ่เช้า-บ่ายมากกว่าเย็น มาสายหน่อยจะได้บรรยากาศเงียบกำลังดี ข้อควรรู้เล็กน้อยคือที่นั่งมีจำกัด บางรีวิวบอกโต๊ะริมกระจกค่อนข้างร้อนช่วงแดดแรง ถ้ามาเป็นกลุ่มใหญ่แนะนำเลี่ยงชั่วโมงพีคหรือโทรเช็กก่อน
🛏️ หาที่พักย่านบางเขน–รามอินทรา
อยากตะลุยคาเฟ่ฝั่งเหนือหลายวันแบบไม่ต้องขับรถกลับเข้าเมือง ลองมองหาที่พักย่านรามอินทรา ลาดพร้าว หรือใกล้สถานี BTS สายสีเขียวเหนือ ทำเลนี้เดินทางเข้าซอยนวลจันทร์ คู้บอน และสายไหมได้สะดวก จองล่วงหน้าผ่าน Agoda หรือ Booking มักได้ราคาดีกว่าและมีตัวเลือกทั้งโรงแรมและอพาร์ตเมนต์รายวัน
R.E.A.D Cafe
ถ้าเป็นเด็กเกษตรหรือคนย่านงามวงศ์วาน คงเคยได้ยินชื่อ R.E.A.D Cafe (ย่อจาก Relax. Eat. And. Drink.) กันแทบทุกคน ร้านนี้อยู่ในซอยงามวงศ์วาน 54 ฝั่งตรงข้าม ม.เกษตร ประตูงามวงศ์วาน จุดขายจริง ๆ คือเป็นคาเฟ่ตึกใหญ่ 4 ชั้น เปิด 24 ชั่วโมง มีทั้งโซนเงียบ ๆ ไว้อ่านหนังสือ โซนโต๊ะยาวไว้นั่งติวกันเป็นกลุ่ม ปลั๊กเยอะ แอร์เย็น มี Wi-Fi ฟรี เลยกลายเป็นแหล่งปักหลักของนิสิตช่วงใกล้สอบ กับคนวัยทำงานที่อยากหามุมนั่งทำงานยาว ๆ โดยไม่โดนไล่
เมนูที่คนสั่งประจำและรีวิวพูดถึงบ่อยคือ "ข้าวไข่ข้น" ที่ราคาย่อมเยา ไข่ข้นนุ่ม ๆ ราดบนข้าวร้อน กินง่ายเป็นมื้อเบา ๆ ระหว่างอ่านหนังสือ ใครหิวหน่อยก็มี "ข้าวหน้าหมูชาชู" เป็นจานหลักที่อิ่มจริง ส่วนสายหวานห้ามพลาดของหวานกับนมปั่น หลายรีวิวชมว่าขนมอร่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะ Oreo Milkshake และพวกเมนูนมปั่นเย็น ๆ ส่วนกาแฟถือว่ากินได้ ดื่มเพื่อให้ตาสว่างระหว่างติวมากกว่าจะมาจริงจังเรื่องรสกาแฟ
ความเห็นจากรีวิวค่อนข้างไปทางเดียวกัน คือมาที่นี่เพราะ "บรรยากาศ + เปิดดึก" เป็นหลัก อาหารคาวรสชาติกลาง ๆ กินอิ่มได้ แต่พระเอกตัวจริงคือของหวานกับความสะดวกของสถานที่ ข้อสังเกตที่หลายคนพูดถึงคือราคาค่อนข้างสูงกว่าคาเฟ่ทั่วไปนิดหน่อย และบางชั้นไฟค่อนข้างสลัว ชั้นล่างจะมีเสียงพลุกพล่านกว่า ถ้าอยากเงียบจริงแนะนำขึ้นชั้นบน คะแนนบนแพลตฟอร์มรีวิวอยู่ราว 3.9 เต็ม 5 สะท้อนว่าเป็นร้านที่ "นั่งดี คุ้มเวลา" มากกว่าจะเป็นร้านอาหารจริงจัง
สรุปว่าถ้ามาย่านบางเขน–เกษตร แล้วอยากได้ที่นั่งอ่านหนังสือ ทำงาน หรือนั่งชิลยาว ๆ แบบไม่ต้องรีบ R.E.A.D Cafe ตอบได้ดี เปิดทั้งวันทั้งคืน เดินทางง่ายจากถนนงามวงศ์วาน มีที่จอดรถริมทาง ใกล้ ม.เกษตร แนะนำให้สั่งข้าวไข่ข้นคู่กับนมปั่นสักแก้ว แล้วหามุมโปรดของตัวเองไว้ประจำการ
Boy Coffee
Boy Coffee เป็นร้านกาแฟ specialty เล็ก ๆ ที่คอกาแฟย่านรามอินทราพูดถึงกันเยอะ เดิมอยู่รามอินทรา กม.4 แล้วย้ายมาปักหลักในคอมมูนิตี้มอลล์ "กม.8 เพลส" ปากซอยคู้บอน เข้าได้ทั้งทางรามอินทราและทางคู้บอน ร้านอยู่ชั้น 1 ด้านใน จอดรถในลานของโครงการได้สบาย เหมาะกับคนแถวบางเขน-หลักสี่-สะพานใหม่ ที่อยากได้กาแฟจริงจังแบบไม่ต้องขับเข้าเมือง คนทำคือ "คุณบอย" ที่ลูกค้าประจำชมว่าฝีมือแน่นและใส่ใจทุกแก้ว
เมนูที่ต้องลองคือ Americano แบบเข้ม ๆ ที่หลายรีวิวบอกว่า "เข้มสมคำเล่าลือ" หอมกลมกล่อมไม่เฝื่อน ใครชอบสายหวานหน่อยลอง Orange Latte กับ Sunset ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน รสสดชื่นตัดเลี่ยน ส่วนสายไม่กินกาแฟก็ไม่ผิดหวัง เพราะคุณบอยทำ Iced Matcha ได้ชาเขียวเข้มข้น หอม ไม่หวานมาก ฟองนมฟูนุ่ม ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างชิฟฟ่อนมะพร้าวเนื้อนุ่ม หรือครัวซองต์อบใหม่ที่หอมทั้งร้าน
บรรยากาศเป็นร้านเล็กแต่อบอุ่น มีโซฟาและโต๊ะไม่กี่ตัว โปร่ง ๆ นั่งมองเคาน์เตอร์บาริสต้าทำกาแฟได้ กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นตั้งแต่เดินเข้า ราคาถือว่าคุ้มมาก เครื่องดื่มเริ่มราว 70 บาท เมนูส่วนใหญ่ต่ำกว่า 100 บาท ของอบราว 95 บาท เฉลี่ยต่อหัวไม่ถึงร้อย จุดขายจริง ๆ คือคุณภาพเมล็ดที่คัดมาจากหลายแหล่งในราคาที่จับต้องได้ จนได้รางวัล Wongnai Users' Choice 2022 มาการันตี
ข้อควรรู้: ร้านเล็ก ที่นั่งจำกัด ช่วงวันหยุดหรือบ่าย ๆ คนเยอะอาจต้องรอโต๊ะ เน้นเครื่องดื่มกับเบเกอรี่ ไม่มีของคาวจริงจัง ถ้าลานจอดในโครงการเต็มขยับไปจอดคู้บอนซอย 1 ได้แต่มีค่าที่จอด เวลาเปิดอิงตามที่ร้านแจ้งราว 09:00–19:00 (บางช่วงปิดเร็วกว่านั้น) แนะนำเช็กเพจร้านก่อนออกเดินทางเผื่อวันหยุดพิเศษ
Le Fawn Patisserie
ถ้าเป็นสายขนมฝรั่งเศสแล้วยังไม่เคยแวะย่านสะพานใหม่–วัชรพล ต้องจดชื่อ Le Fawn Pâtisserie (เลอ ฟอว์น) ไว้เลย ร้านนี้อยู่ในตึกสีเขียวปากซอยเทพรักษ์ 20 ใกล้ BTS สายหยุด เป็นคาเฟ่ขนมอบสองชั้นโทนเขียว–ขาวที่ทำโดยเชฟจบดีกรี Le Cordon Bleu จุดขายคือขนมทำสดใหม่ทุกวันในตู้กระจก เหมาะกับคนชอบเบเกอรี่แบบตั้งใจทำ มานั่งชิล ๆ จิบกาแฟถ่ายรูปเพลิน ๆ หรือแวะซื้อกลับบ้าน
เมนูที่รีวิวจริงพูดถึงบ่อยคือ Osaka Crisp Cream Puff ชูครีมเปลือกน้ำตาลกรอบ ๆ มีให้เลือกทั้งคาราเมลวานิลลามาสคาโปเน มัทฉะอุจิเกียวโต และฮอกไกโดมิลค์ เซ็ต 5 ชิ้นเริ่มราว 95 บาท (มัทฉะ 120 บาท) คนกินบอกว่ากลิ่นหอม หวานนิดเดียว ไส้ครีมหอมนุ่ม อีกตัวที่คนติดใจคือ Shio Pan ขนมปังเกลือหอมเนย รวมถึงครัวซองต์และสโคน ส่วนเครื่องดื่มอย่างกาแฟกับมัทฉะนำเข้ารีวิวชมว่า "เข้มข้น หวานน้อย" ดื่มง่ายตัดกับความหวานของขนมได้ดี
บรรยากาศเป็นจุดที่หลายคนชอบ ตัวร้านสองชั้น เฟรมหน้าต่างเขียว บันไดเขียวสด มีมุมหนังสือและของแต่งน่ารัก ๆ ให้ถ่ายรูป โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่แสงเข้าสวย พนักงานรีวิวตรงกันว่าน่ารักบริการดี ราคาต่อหัวประมาณ 101–250 บาท ถือว่าจับต้องได้สำหรับขนมทำมือระดับนี้ ร้านรับบัตรเครดิต มี Wi-Fi ฟรี เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง และมีเดลิเวอรี
ข้อควรรู้ก่อนไป ขนมบางตัวขายดีหมดเร็ว ถ้าเล็งตัวไหนไว้แนะนำให้มาช่วงเปิดร้านจะได้เลือกครบกว่า และเวลาเปิดต่างกันระหว่างวันธรรมดา (09:00–17:00) กับเสาร์–อาทิตย์/วันหยุด (10:00–18:00) เช็กก่อนออกจากบ้านจะชัวร์กว่า ที่จอดรถเป็นริมถนนแถวร้าน ช่วงคนเยอะอาจต้องวนหาหน่อย แต่โดยรวมเป็นคาเฟ่ขนมฝรั่งเศสที่คุ้มค่าน่าแวะของย่านนี้
Udrink.ido (Coffee & Brunch)
ถ้าเป็นสายคาเฟ่ที่ชอบร้านเล็ก ๆ ตกแต่งมีคาแรกเตอร์ Udrink.ido (Coffee & Brunch) ที่ซอยนวลจันทร์ 22 เลียบด่วนรามอินทรา น่าจะถูกใจมาก ร้านนี้เป็นคาเฟ่ผสมอาร์ตสเปซในตึกสีฟ้าเล็ก ๆ ที่นั่งราว ๆ 10 ที่ ตกแต่งสไตล์เรโทรย้อนยุคด้วยแผ่นเสียงไวนิลกับโปสเตอร์หนังเก่า โทนสีฟ้าตัดชมพูดูสดใส มีชั้นสองไว้มุมถ่ายรูป แถมยังเป็นร้าน pet friendly พาน้องหมาน้องแมวมาได้ เหมาะกับคนที่อยากหามุมนั่งชิล ๆ คุยกับเพื่อน มาเดตเบา ๆ หรือมานั่งทำงานเงียบ ๆ ในย่านนวลจันทร์-รามอินทรา
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ "เบเกิลทำเอง" กับ "Banoffee" ที่หลายคนบอกว่าต้องสั่ง ตัวบานอฟฟี่คาราเมลหอมหวานกำลังดี เข้ากับครีมและกล้วย ไม่หวานจนเลี่ยน ส่วนใครมาช่วงเช้าก็มี breakfast/brunch set ให้เลือก ด้านกาแฟร้านทำออกมาได้รสดี มีเมล็ดให้เลือกหลายตัว เมนูซิกเนเจอร์ที่คนแนะนำมีทั้ง Salted Caffe Caramel, Honey Darling, Move to Heaven และ Little Bee ส่วน Dirty กับ Iced Latte ก็เป็นตัวยอดฮิต รีวิวส่วนใหญ่ชมว่ากาแฟกลมกล่อม ลาเต้เย็นหอมกลิ่นคั่ว ไม่หนักเกินไป จิบสบาย
เรื่องราคาถือว่าเป็นมิตร เครื่องดื่มส่วนใหญ่อยู่ราว 85–100 บาท เฉลี่ยต่อคนประมาณ 101–250 บาท บน Wongnai ร้านได้คะแนนราว 4.5 จาก 5 ซึ่งถือว่าดีสำหรับคาเฟ่เล็ก ๆ คนที่มารีวิวมักพูดถึง vibe ดี พนักงานแนะนำเมนูเป็นกันเอง และบรรยากาศชิลสบาย ๆ
ทำเลอยู่ในซอยนวลจันทร์ 22 (155/9 ตึกสีฟ้า ฝั่งตรงข้ามโต๊ะสนุ๊ก) เปิดประมาณ 9.00–17.00 น. เสาร์-อาทิตย์เปิดเช้ากว่านั้น ปิดวันอังคาร ข้อควรรู้คือร้านเล็ก ที่นั่งไม่เยอะ ช่วงวันหยุดคนอาจแน่น มาเป็นกลุ่มใหญ่อาจต้องเผื่อเวลา เดินทางง่ายสุดคือ MRT สายสีชมพู ลงรามอินทรา กม.6 ทางออก 4 แล้วต่อวิน หรือขับรถมาจอดหน้าร้านได้
Orbit Coffee Roaster
ORBiT Coffee Roaster สาขาคู้บอน 22 คือคาเฟ่สเปเชียลตี้ตัวจริงของย่านคู้บอน–รามอินทรา ที่คั่วเมล็ดกาแฟเองในร้าน เหมาะกับคอกาแฟที่อยากได้แก้วดี ๆ ในราคาไม่แพง และคนแถวคันนายาว–นวลจันทร์ที่มองหาที่นั่งชิลถ่ายรูปสวย ตัวร้านโทนลอฟท์มืด ๆ ดิบ ๆ เท่ ๆ หลายคนบอกว่า "ดูธรรมดาจากข้างนอก แต่เข้าไปข้างในดีเกินคาด" มีที่จอดรถหน้าร้านราว 4–5 คัน ซึ่งถือว่าสะดวกสำหรับย่านนี้
เมนูที่คนสั่งกันเยอะและรีวิวชมตรงกันคือ Dirty ที่หอมกลม ๆ เลเยอร์กาแฟกับนมชัดเจน, Marron Iced Latte ที่ให้กลิ่นเกาลัด/เฮเซลนัทหอมละมุน สีสวยน่าถ่าย และ พิสมัย (Pisamai) เมนูซิกเนเจอร์กลิ่นอายไทย ๆ ที่จับกาแฟมาเล่นกับความหวานแบบขนมไทย เสิร์ฟมาแต่งสวย ใครสายดำล้วนก็มี Iced Americano ที่รีวิวบอกว่าไม่เปรี้ยวไม่ขมจนเกินไป คุมรสได้ดี บาริสต้าแนะนำเมนูเก่ง และยังมีกาแฟผสมโซดา/ผลไม้ให้ลองเป็นแนวสดชื่นอีกด้วย
เรื่องราคาถือว่าคุ้มมาก เมนูส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่า 100 บาท กาแฟร้อนเริ่มราว 85 บาท เย็นราว 95 บาท ส่วนเมนูซิกเนเจอร์อย่างพิสมัยขยับขึ้นไปแถว 105–135 บาท หลายรีวิวใช้คำว่า "กาแฟดีเกินราคา" เมล็ดหอม ลาเต้อาร์ตสวย ใครติดใจก็ซื้อเมล็ดคั่วกลับบ้านได้ เพราะเขาคั่วเองขายเอง
ทำเลอยู่ปากซอยคู้บอน 22 ถนนคู้บอน เขตคันนายาว แขวงรามอินทรา เปิดทุกวัน 08:00–17:00 น. เดินทางสะดวกทั้งสายรามอินทรา–นวลจันทร์ และคนที่ต่อจาก BTS สายสีเขียวเหนือ ข้อควรรู้เล็กน้อยคือร้านปิดค่อนข้างเร็ว (บ่าย 5 เย็น) และที่นั่งไม่ได้เยอะมาก ช่วงวันหยุดคนแน่น แนะนำมาช่วงเช้าถึงบ่ายจะได้บรรยากาศสบาย ๆ กว่า
อยากชิมหลายร้านแบบมีไกด์ หรือลงมือทำกาแฟ–ขนมเอง
ถ้าไม่อยากวางแผนเส้นทางเอง ลองจองฟู้ดทัวร์กรุงเทพฯ ผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ที่พาชิมหลายร้านในทริปเดียวพร้อมไกด์ท้องถิ่นเล่าเรื่องให้ฟัง หรือใครอยากได้ประสบการณ์ลงมือทำเอง ก็มีคลาสทำขนม เบเกอรี และเวิร์กช็อปชงกาแฟให้เลือก เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากรู้เบื้องหลังเมนูโปรดของตัวเอง
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ย่านบางเขน กรุงเทพฯ
คาเฟ่ย่านนี้กระจายอยู่ในซอยและชานเมือง วิธีสะดวกสุดคือขับรถเองหรือเรียก Grab นั่ง BTS สายสีเขียวเหนือมาลงแล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์หรือแท็กซี่เข้าซอยได้ แต่ร้านส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ติดสถานีรถไฟฟ้า
คาเฟ่ส่วนใหญ่รับทั้งเงินสดและ QR PromptPay บางร้านเล็ก ๆ อาจสะดวกเงินสดมากกว่า พกเงินสดติดตัวไว้บ้างเพื่อความอุ่นใจ
เสาร์-อาทิตย์ช่วงบ่ายเป็นเวลาที่คนเยอะที่สุด อยากได้ที่นั่งชิล ๆ ให้ไปช่วงเปิดร้านตอนเช้าหรือวันธรรมดา และเช็กวันปิดของแต่ละร้านก่อน (Udrink.ido ปิดอังคาร)
คาเฟ่ในไทยไม่บังคับทิป แต่ถ้าประทับใจบริการจะหยอดกล่องทิปหรือปัดเศษเงินทอนไว้ก็ได้ตามสบาย ไม่ใช่ธรรมเนียมบังคับ
ร้านสเปเชียลตี้และคาเฟ่ยอดนิยมหลายร้านมีเมนูภาษาอังกฤษหรือรูปประกอบ พนักงานพอสื่อสารภาษาอังกฤษได้บ้าง ถ้าติดขัดลองชี้เมนูหรือใช้แอปแปลภาษาช่วยได้
หลายร้านเป็นคาเฟ่ธีมสวยที่คนมาถ่ายรูป ถ่ายได้ตามสบายแต่ควรเกรงใจโต๊ะข้าง ๆ และถามพนักงานก่อนถ้าจะตั้งขาตั้งกล้องหรือถ่ายวิดีโอยาว ๆ
วางแผนตะลุยคาเฟ่บางเขนให้ครบในวันเดียว
ถ้ามีเวลาแค่ครึ่งวัน จับกลุ่มร้านตามโซนจะประหยัดเวลาเดินทางที่สุด สายนวลจันทร์แวะ Peter's Coffee Roaster และ Udrink.ido ได้ในทริปเดียวเพราะอยู่ใกล้กัน ส่วนสายรามอินทรา-คู้บอนก็ไล่ Davin Cafe, Boy Coffee (กม.8) แล้วปิดท้ายที่ Orbit Coffee Roaster ได้สบาย ๆ
สายกินขนมแนะนำให้เผื่อท้องไว้เยอะ ๆ Le Fawn Patisserie กับ Once Upon A Tree เป็นร้านขนมที่ต้องนั่งกินยาว ถ้าจะติวงานหรืออ่านหนังสือยาว ๆ R.E.A.D Cafe หน้า ม.เกษตรเปิด 24 ชั่วโมง มีปลั๊กทุกโต๊ะ ส่วน DAISY Cafe ฝั่งสายไหมเหมาะกับคอกาแฟที่อยากดูบาริสต้าทำมือแบบ slow bar ใกล้ ๆ
มาเที่ยวคาเฟ่ฝั่งเหนือหลายวัน หาที่พักย่านรามอินทรา ลาดพร้าว หรือใกล้ BTS สายสีเขียวเหนือไว้ก่อน จะได้ตื่นมาตะลุยร้านโปรดได้เต็มที่
ดูที่พักย่านบางเขน–รามอินทรา